เกริ่นนำ

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Ideas for Thailand ครับ Blog นี้มีัวัตถุประสงค์เพื่อเป็นคอลเลคชั่นที่รวบรวมและแบ่งปัน "นวัตกรรมทางความคิด" ในด้านต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อสังคมในระดับมหภาคจากนักคิดเชิงนวัตกรรมสมัครเล่นทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเป็นไอเดียสำหรับนำไปปรับใช้พัฒนาประเทศไทยของเรา ขอเชิญร่วมแสดงและแลกเปลี่ยนความคิดกันนะครับ

Geo-Engineering แค่คิดก็ผิดแล้ว???(Part 1)

ฤามนุษย์กำลังจะเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของโลกด้วยตัวเอง?
ในเดือนเมษายนปีพ.ศ.2443 จิตรกรชื่อ Edvard Munch เห็นดวงอาทิตย์ตกที่สาดแสงสีแดงฉานดุจดังเลือดทาบทาท้องฟ้าเหนือกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ปรากฏการณ์นี้ทำให้เขากลัวจับจิตถึงกับต้องเขียนลงในไดอารี่ส่วนตัวว่า " ตนรู้สึกถึงเสียงโหยหวนอันยาวนานที่ทิ่มแทงเข้าไปในธรรมชาติ" ซึ่งภายหลังปรากฏการณ์นี้ก็เป็นแรงบันดาลใจให้เค้าเขียน The Scream ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูง

พระอาทิตย์ตกที่ Munch เห็นนั้น เกิดขึ้นหลังจากการระเบิดของภูเขาไฟ "กรากระตัว" บริเวณรอยต่อระหว่างเกาะสุมาตราและเกาะชวา ในประเทศอินโดนีเซียเพื่อนบ้านเรานี่เอง การระเบิดของภูเขาไฟกรากระตัวเป็นการระเบิดที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก เถ้าถ่านจำนวนมหาศาลพวยพุ่งปกคลุมบรรยากาศชั้นสตราโทสเฟียร์ และก่อให้เกิดปรากฏการณ์ bloody sunset ไปทั่วโลก ก๊าซจากภูเขาไฟเป็นสาเหตุให้อุณหภูมิของโลกลดลงมากกว่า 1 องศาเซลเซียสและทำให้สภาพภูมิอากาศของโลกแปรปรวนอีกหลายปีหลังจากนั้น

ภูเขาไฟกรากระตัว ปัจจุบัน
สาเหตุที่อุณภูมิโลกลดลงหลังจากการระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟนั้น เป็นที่รู้กัันดีในแวดวงนักอุตุนิยมวิทยา กลุ่มหมอกซัลเฟอร์ไดอ๊อกไซด์ที่ปกคลุมบรรยากาศนั้น ช่วยลดการแผ่รังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์มาสู่โลก ทุกคนอาจยังพอจำกันได้ เหตุระเบิดของภูเขาไฟ"พินาตูโบ"ในที่ฟิลิปปินส์ (เพื่อนบ้านของเราอีกแล้ว) ในปี 2534 ซึ่งเป็นครั้งใหญ่ที่สุดหลังจากการกระตัวที่ทุกๆ นั้น นักวิทยาศาสตร์คาดกันว่า ทำให้โลกเย็นลงอย่างต่ำ 0.5 องศาเซลเซียส

จากข้อเท็จจริงอันนี้ ได้มีการนำเสนอแนวคิดสุดโต่งที่จะเปลี่ยนแปลงบรรยากาศของโลกโดยการกระตุ้นให้ภูเขาไฟระเบิดเพื่อต่อสู้กับปรากฎการณ์โลกร้อนที่เกิดจากการปล่อยคาร์บอนขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศของมนุษย์ วิศวกรรมสภาพอากาศของโลกนั้นกำลังเป็นที่สนใจในหมู่นักวิิยาศาสตร์, นักลงทุนรวมไปถึงกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ได้วางแผนกันเองโดยที่สาธารณชนถูกกันไม่ให้เข้ามามีส่วนร่วมแต่อย่างใด

The Royal Society ให้คำจำกัดความของ "Geo-Engineering" ไว้ว่า " เป็นการจัดการสิ่งแวดล้อมของโลกขนาดใหญ่โดยตั้งใจ เพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศของโลกที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ " โดยได้แบ่งวิธีในการจัดการโลกออกเป็นสองแนวทางคือ 1) การกำจัดคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ในชั้นบรรยากาศ 2) ควบคุมการแผ่รังสีความร้องของดวงอาทิตย์มายังโลก  หรือสะท้อนรังสีความร้อนออกไปซะเลย

ขอจบตอนที่ 1 ไว้ตรงนี้ก่อนนะครับ ตอนนี้ขอไปงีบก่อนแล้วจะกลับมา update ตอนสองให้นะครับ

Geo-Engineering แค่คิดก็ผิดแล้ว???(Part 2)

No comments: